7/22/07

พักใจไปทะเล

ฝากความหวังเอาไว้บนหาดทราย
ฝากความฝันให้แหวกว่ายธาราใส
ฝากความทุกข์กระพือปีกบินหลีกไป
ฝากความเหงาทิ้งไปในสายลม

ปล่อยความเศร้าเก็บไว้ในขวดแก้ว
ปล่อยลอยลับล่วงแล้วความขื่นขม
ปล่อยความทุกข์ไปกับคลื่น..ตื่นระงม
ปล่อยให้ถมโถมไปไปไกล ๆ ตา

มองซิมองท้องฟ้ากว้างกว่ากว้าง
มองทะเลกว้างขวางเป็นนักหนา
มองเม็ดทรายกองพะเนินเกินคณา
มองเห็นว่าหนึ่งชีวิตนั้นนิดเดียว

ฟ้าสีครามงานเด่นเป็นสีฟ้า
เขียวพฤกษานั้นก็เห็นว่าเป็นเขียว
เกลียวคลื่มโถมทบท้นวนเป็นเกลียว
วางสักเดี๋ยว.วางทุกข์ไป..ปล่อยใจวาง

ชีวิตเป็นเช่นนี้เอง

น้ำตาเปรียบสายฝน
ร่วงหล่นเป็นสาย..สาย
น้ำตาคนเดียวดาย
ที่เวียนว่ายความคำนึง

เมฆเทาทะมึนใจ
ที่ซ่อนไว้คือคิดถึง
พายุอันอื้ออึง
มิอาจดึง..อาจรั้งใจ

ทะเล..สงบนิ่ง
แต่ความจริงที่ซ่อนไว้
มีคลื่นตื่นภายใน
เศร้าสาดใส่ดวงใจเรา

สายน้ำระรินเรื่อย
ไหลเอื่อย ๆ สู่แดนเหงา
จุดหมาย..มีเพียงเงา
หัวใจเศร้ายังแรมรอน

บนนั้นมีจันทร์เสี้ยว
อยู่เพียงเดียวระโหยอ่อน
ใจเหงายังเร่าร้อน
แอบซุกซ่อนในเยือกเย็น

ชีวิตอันเรียบง่าย
ยังเวียนว่ายในลำเค็ญ
ยอดหญ้ายังไหวเอน
ทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง

ค้นเถิด...ค้นใจตน

อาจเป็นเพียงความรู้สึกอันอ่อนไหว
อาจเป็นเพียงหัวใจที่อ่อนหวาน
อาจเป็นเพียงแค่จินตนการ
อาจเป็นเพียงพบเพื่อผ่านไม่จีรัง

อาจเป็นเธอ...หรืออาจจะมิใช่
อาจเป็นเธอ...หรือเป็นใครที่ใจหวัง
อาจเป็นเธอ...ที่เสริมเติมพลัง
อาจเป็นเธอ...ที่เหนี่ยวรั้งยั้งใจเรา

หรือ...จะไม่ใช่เธอ
หรือ..เป็นแค่ฝันละเมอในวันเหงา
หรือ..สิ่งที่พะวง..คือหลงเงา
หรือ..แค่เพราะความว่างเปล่าในดวงใจ

ค้นเถิด..จงใช้เวลาค้น
ว่าทุกสิ่งคือใจตนหรือมิใช่
หรือเป็นเพียงวูบหนึ่งซึ่งเผลอไป
ที่รู้สีก...นั้นมิใช่เป็นความจริง

โลกสีขาวที่หายไป

โรงเรียนของหนูหายไป
ใครจุดไฟเผาเหี้ยนเตียน
พรุ่งนี้หนูจะอ่านเขียน
จะไปเรียนที่ไหนไม่รู้

คุณครูของหนูหายไป
ใครยิงปืนใส่คุณครู
เลือดแดงถะถั่งพรั่งพรู
แล้วหนูจะเรียนกับใคร

พ่อหนูออกไปจากบ้าน
ไม่นานมีเสียงบึ้มใหญ่
พ่อแหลกเหลวไม่หายใจ
พ่อไม่กลับบ้านอีกเลย

โลกสีขาวของหนูหายไป
ทุกข์ใจจนชินชาเฉย
น้ำตาคือสิ่งคุ้นเคย
ผู้ใหญ่เอย...ทำไปทำไม


"เกิดสงครามพันครั้ง
เด็กก็ยังสวยงาม
เป็นเพียงแค่สงคราม
ความเดียงสาเท่าเดิม"*

*   จากบทเพลงของเฉลียง 

อย่าเร่งผลต้นรัก

ในหัวใจที่เปล่าว่าง
เธอกำลังอ้างว้างใช่ไหม
หวังว่าหากเติมรักลงไป
จะทำให้ใจเต็มตื้นชื่นใจ

จึงคิดไขว่คว้าหารัก
พยายามอย่างหนักใช่ไหม
หาได้ก็ยื้อยึดไว้
หวังให้ใจไม่คว้าง..ว่างใจ

วันนี้ใจไม่ว่างเปล่า
แต่เธอยังเศร้าใช่ไหม
ทุกคืนวันผันผ่านไป
เหมือนไฟรุมเร้า..เผาใจ

รักที่ยึดถือคือทุกข์
ระแวงจนหมดสุขใช่ไหม
แบกรักแบกหวงห่วงใย
รักทำไม..กลับกลายทำร้ายใจ

วาง..เถอะ..วาง ให้ใจว่าง
ไม่เคว้งไม่คว้างหวั่นไหว
ทุกสิ่งปล่อยให้เป็นไป
อย่าไขว้คว้าให้ใจทุกข์ทน

ปล่อยรักเติบโตผลิบาน
แตกกิ่งแตกก้านตั้งต้น
ในวิถีทำนองของตน
อย่าเร่งปุ๋ย..เพื่อหวังผลรักเลย

จงโบยบินไป...ด้วยปีกผีเสื้อ

โปรดอย่ากักขังฉัน
ไว้ด้วย...ความเหงาของเธอ

โปรดอย่าพันธนาการฉัน
ไว้กับ...ความเศร้าของเธอ

ปีกสองของฉัน
มันบอบบางและอ่อนไหว
เกินกว่าจะแบกรับ
ความรู้สึกแบบนั้น

โปรดจงปล่อยให้ฉันบินไป
ทุกครั้งแห่งการกระหยับปีก
ทุกดอกไม้ที่ดอมดม

ฉันจะเก็บความอ่อนหวาน
ความหอมและความสวยงาม
กลับมาเป็นของขวัญ...แด่เธอ

ความสวยงานหวานหอม
ย่อมช่วยซึมซับ
ความเหงาเศร้า

มาเถิด...ปีกบางของฉัน
แข็งแรงพอ...พร้อมแล้ว
ที่จะแบกรับความฝัน

มาเถิด...โบยบินไปพร้อมกัน
ท่ามกลางความอบอุ่นแห่งแสงตะวัน...
สู่โลกแห่งฝัน...อันงดงาม

มาเถิด..หญิงสาว
จงโบยบินไป
ด้วยปีกผีเสื้อของฉัน

ระบำ...ผีเสื้อ

ผีเสื้อปีกบาง
สองข้างขยับบิน
เริงร่าโผผิน
โรยรินดอกไม้

ดอกไม้ก้านไหว
แกว่งไกวอ่อนหวาน
กลีบดอกเบ่งบาน
ขับขาน..บทเพลง

บทเพลง..สายลม
พร่างพรม..ชื่นใจ
เอนไหว..ยอดไผ่
พลิ้วใบ..ไล้น้ำ

ไล้น้ำ...ไหลเอื่อย
เรื่อย ๆ เยือกเย็น
ความสุขที่เห็น
ในความเป็นไป

เป็นไป..ธรรมชาติ
แต่งวาดเสกสรร
งดงามดุจฝัน
ร่ายระบำพลัน...ผีเสื้อ